ทำการ ติดตั้งเครื่องพิมพ์ และ ลง Driver จนจบ เมื่อสั่ง ทดสอบการพิมพ์ Print Test แล้ว มี Error ดังหน้าจอด้านล่าง

พบปัญหา นี้ ที่ Office ของเพื่อน ครั้งก่อนรีโมท ไปติดตั้ง Driver ใหม่แล้วก็ยังเจอปัญหานี้อยู่ ลองเปลี่ยนเครื่องพิมพ์รุ่นเดียวกัน ติดตั้ง ก็ยังพบปัญหา เช่นเดิม ทั้ง Download Driver มาจากหน้าเว็บ แล้ว ก็แก้ไม่หาย
ต้องอาศัย เจ้า Google ลองค้นหาดูวิธีแก้ไข จนพบและทดลอง ผลปรากฏว่า ใช้งานได้ปกติ
มาดูวิธีแก้ไขกัน
- ไปที่ ช่อง run และ พิมพ์ services.msc หรือกดปุ่ม หน้าต่าง win และตามด้วย ปุ่มอักษร R
- ค้นหา คำว่า Server และคลิกเมาส์ขวา สั่ง restart รอจน จบ
- และ ค้นหาคำว่า Printer Spooler และ คลิกเมาส์ขวา สั่ง restart รอจน จบ
- และ สั่ง restart เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ครั้ง
เมษายน 26, 2020 at 5:41 am
วันนี้ เจอปัญหา เครื่อง Lenovo AIO C560 ฮาร์ดดิสก์เสีย จึงทำการเปลี่ยน HD กว่าจะถอดฝาและเปลี่ยนได้ ก็ใช้เวลานานมาก และดันมาเจอกับปัญหาโลกแตก คือ Mode Boot UEFI Only
คือ มันไม่ยอม Boot จาก DVD ทั้ง ติดตั้งภายใน และติดตั้้งภายนอก ก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ ใน เคส Notebook ก็มีวิธี คือ ให้เข้าไปแก้ Secure Boot ให้เป็น Disable ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็น Legacy Mode ได้ แต่ ครั้งนี้ เข้าไปแก้แล้ว Boot ใหม่แล้ว 4-5 รอบ ก็ไม่สามารถทำไรได้ หนำซ้ำ Mode Boot มีคำว่า UEFI Only
ก็เหมือนเดิม ลอง Search Google ดูทั้ง Youtube ก็มีเซียนหลายคน แต่ วิธีแก้ก็ไม่ได้ผล ทำใจว่าจะต้องติดตั้ง แบบ UEFI กำลังศึกษาจาก Youtube ต้องทำ Boot จาก Flash Drive และ ต้องติดตั้ง Win10 ลงใน Flash Drive ดูๆ ไปถอดใจอีก เฮ้อ ลอง search หาข้อมูลใหม่ดีกว่า Search หาตรงๆ ว่า “ตั้งค่า Mode boot ใน Lenovo C560 เป็น Legacy ไม่ได้” ก็ไม่มีเห็นมีคำตอบใดๆ
จึงลองพิมพ์ ภาษาอังกฤษ ว่า “Change Mode Boot” ก็พอมีอะไรให้อ่านบ้าง ดูๆ ไป สะดุดกับ เพจนี้ ของ https://forums.lenovo.com/
ก็เนื่องด้วยการเข้าไปปรับแก้ค่า BIOS หลายๆ ครั้ง จนแทบจะทำได้ว่า มีเมนูอะไรบ้าง พอเจอ คำนี้ (สังเกตข้อความระบายสีเหลือง)

OS Optimized Defaults” to “Disabled” -> Press F10 to Save and Exit.
ใช่เลย เมื่อลองเข้าหัวข้อ OS Optimized Defaults” และเปลี่ยนจาก Enable ให้เป็น “Disabled” และกดปุ่ม F10 เพือทำการเซฟ หรือบันทึก และ ออกจาก Bios จะมีข้อความแสดงอะไรสักอย่าง ตัวอักษรสีแดง เราก็ตอบ Yes จึงสามารถมองเห็น ปุ่มเปลี่ยน Mode จาก UEFI ให้เป็น Legacy Mode ได้
กันยายน 12, 2019 at 12:52 pm
หาวิธีปิด Windows Defender ใน Win10 มาตั้งนาน เพราะเวลาติดตั้งโปรแกรมอย่างเช่น MS office 2016 ซึ่งต้องมีการแก้ Activate โปรแกรม ก็จะถูก Bit Defender ของ win10 ลบ ออกทุกที
แต่ครั้งนี้ ลองหาดูวิธีใหม่ ใน google ก็พบวิธีนี้ และใช้ได้ผล ของจริง เขามี 5 วิธี แต่ ขอตัดมา แบบที่ ใช้ได้ผล ตามขั้นตอนนรี้
โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด Regedit.exe
ที่เมนูด้านซ้ายเข้าไปที่ไดเรกทอรี่คีย์
HKEY_LOCAL_MACHINE \ SOFTWARE \ Policies \ Microsoft \ Windows Defender

ที่พาเนลขวา ปกติจะไม่มีคีย์ใดๆยกเว้น (Default) ให้ทำการสร้างคีย์ใหม่ชื่อ DisableAntiSpyware
โดยคลิกขวาเลือก New -> DWORD (32-bit) Value แล้วตั้งชื่อเป็น DisableAntiSpyware

ดับเบิ้ลคลิกคีย์ที่สร้างขึ้นมาอีกครั้ง ให้เป็นค่าในช่อง Value data: จากเลข ” 0 ” เป็นเลข ” 1 ”
แล้วกด OK + รีสตาร์ทเครื่องใหม่ 1 ครั้ง

ที่มา : https://www.varietypc.net/th/5-way-disable-windows-defender-windows-10-permanently/
สิงหาคม 20, 2019 at 1:35 pm
วันนี้ มีเจ้าหน้าที่การเงิน แจ้งมาว่า หลังจากรับเครื่องคอมฯ ที่นำมาติดตั้ง windows ใหม่ แล้ว เมื่อนำกลับไปใช้งานพบว่า เมื่อเปิดไฟล์ Excel ขึ้นมา *เป็นเฉพาะไฟล์* จะทำการแก้ไข ช้ามาก จนเมาส์หมุนติ้วๆ และ ขึ้นคำว่า Not Responds แต่บางไฟล์ก็ใช้งานได้ปกติ เมื่อมานั่งคิด ว่าปัญหาเกิดจากอะไร แน่ เพราะ windows ก็ติดตั้งใหม่ และ MS Office ก็ติดตั้งใหม่ ก็น่าจะเป็นที่ ไฟล์ที่ใช้งาน เฉพาะไฟล์แน่
จึงลองเข้าหาวิธีแก้ไข จาก google เหมือนเดิม ก็ ลองทำตาม วิธี นี้ แต่ครั้งแรก ไม่สำเร็จ เพราะ ไปใช้กับเครื่องของ จนท การเงิน ซึ่งค่อนข้างมีแรมน้อย แค่ 2GB จึงลอง copy ไฟ์มาทำที่ เครื่องตัวเอง จนแก้ไขได้ และ เมื่อ ลองนำกลับไปใช้ที่เครื่องเดิม ลองแทรก บรรทัด หรือ แก้ไข ข้อความใดๆ แล้ว ก็พบว่า การทำงานเร็วขึ้นมาก และใช้งานได้ดี
งั้นเรามาดู วิธีว่า ทำการแก้ไข อย่างไร ต่อไปนี้ ขอตัดตอน มา ให้ ชัดๆ
Object มีผลอย่างมากที่ทำให้ Excel ช้าได้เหมือนกัน ตรวจสอบว่ามี Object อย่างเช่น Shapes ต่างๆ, Text box หรือไม่ Object เหล่านี้มีผลกับการทำงานเร็วหรือช้าของ Excel อย่างมาก ถ้ามีมากเกินไปก็สามารถทำให้ไฟล์ของเราช้าได้ ถ้ามีที่ไม่ได้ใช้ก็ลบทิ้งไป โดยการคลิกที่ shape นั้น แล้วลบทิ้ง หรือถ้ามีเยอะมากๆ หรือบางทีอาจจะซ่อนอยู่ในระหว่างคอลัมน์ที่เราซ่อนไว้ ให้กดปุ่ม F5 => กดปุ่ม special… => ติ๊ก object => OK เพื่อเลือก Shape ทั้งหมดที่มีอยู่ในชีทนั้น เพื่อเช็คดูว่ามีเยอะขนาดไหน ถ้าไม่ได้ใช้งานก็ลบทิ้ง


อ้างอิง : https://www.sara2u.com/tips-trick/
สิงหาคม 17, 2019 at 6:11 am
วันนี้ มีเคส นึง ของงานไตเทียม แจ้งมาว่า เปิดเครื่องจะเข้าใช้งาน และเข้าไม่ได้ ติดตรงที่ Error “The User Profile Service failed the logon” จึงลองหาวิธีแก้ไขใน google เหมือนเดิม ไม่อย่างนั้น คงต้องไปยกเครื่องกลับมา ติดตั้ง windows ใหม่แน่ และลองค้นหาข้อมูล ก็เจอกับเว็บหลายอัน แต่ขอเลือก วิธีของ อันนี้ ครับ
เคดิต : https://www2.thaiadmin.org/board/index.php?topic=140044.0
1.เราก็สั่ง รีสตาร์เครื่อง กด F8 เข้า Safe Mode นะคับ เลือก ตัวuser ที่เป็น Administrator นะคับ
2.คลิก start \search\ พิมพ์ regedit
3.เลือก HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\ProfileList นะคับ

จากรูป ลบไฟล์ S-1-5….. folder ที่ไม่มี นามสกุล . Bak ทิ้งไปนะคับ คังรูป

4.จากนั้น หาไฟต์ ที่มีนามสกุล .bak ดูที่จากข้างขวานะคับ

เลือกที่ refcount คลิกเซต์ค่า จากรูปนะคับ

จากนั้น หาตัว State แล้วแก้ไขดังรูป

5. ปลี่ยนนามสกุล ไฟล์ S-1-5….เอาออกไม่มีนามสกุล .bak นะคับ
6.ปิด regedit. คับ
7. Restart เครื่องใหม่ แล้ว logon ใหม่นะคับ
มกราคม 21, 2019 at 4:13 am

เมื่อเช้า งานเข้าแต่เช้า พี่มีการเงิน แจ้ง มาว่า เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานแล้ว ขึ้นข้อความ The User profile Service Service failed the logon ประมาณนี้ จึงตั้งใจไปยกเครื่องมาห้องคอมฯ ครั้งแรกตั้งใจว่า จะติดตั้ง windows ใหม่ เลยง่ายกว่า แต่พอดี เครื่องนี้งานระบบอื่นๆ เยอะ ไหนจะหมายเลข ip address อีก และเจ้าของยิ่งกังวลกับข้อมูลในเครื่องอีก ว่า ห้ามหาย ด้วยแล้ว จึงลองหา วิธีแก้ไข แล้วกัน เนอะ จึงเข้า google สูตรเดิม พิมพ์ข้อความ และค้นหา มีหลายๆ เว็บ บอกวิธีแก้ไขไว้ จึงเลือกมา 1 เว็บ ครับ
ref : http://thaiwininfo.blogspot.com/2013/12/logon-user-profile-service-service.html
วิธีการแก้ไข logon แล้วแจ้งว่า The User Profile Service service failed the logon. User profile cannot be loaded.
ถ้าหลังจากป้อนรหัสผ่านล็อกอินเข้า Windows 7 แล้วพบข้อความต่อไปนี้ แล้วไปต่อไม่ได้
The User Profile Service service failed the logon. User profile cannot be loaded.
วิธีแก้หาได้จากเว็บต่างๆ วิธีแก้ไขตามนี้
1.ให้รีสตาร์เครื่องกด F8 เพื่อเข้าสู่เซฟโหมด (Safe Mode)เลือกยูสเซอร์ที่เป็น Administrator
2.คลิก start => Run พิมพ์ regedit
3.ต่อไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\ProfileList
จะมีโฟลเดอร์ 2 โฟลเดอร์ ตามรูป ลบโฟลเดอร์ S-1-5-21-33… ที่ไม่มีนามสกุล . Bak ทิ้ง

4.จากนั้น มาดูที่นามสกุล .bak ดูที่จากข้างขวานะคับ

5. เซทค่าคีย์สองรายการนี้
RefCount เป็น 0
State เป็น 0
6. เปลี่ยนนามสกุล ให้ลบ .bak ทิ้งไป
7. ปิด Regedit และ รีสตาร์ท
สิงหาคม 1, 2018 at 4:18 am
เช้า มีปัญหา เรื่องการ join domain จาก พี่คนหนึ่ง ถามว่า เจอปัญหาไม่สามารถ join domain ได้ ตามภาพ

เครดิตภาพจาก http://www.saranitus.com
ซึ่งปกติที่ รพ ใช้เป็นแบบ workgroup แล้วไม่ค่อยเจอปัญหานี้ ก็ลองเข้า หาข้อมูลใน google.com ตามเคย และได้ วิธีการมา แต่ ละวิธีก็ขั้นตอนเยอะ มาก ขณะที่กำลัง จะตอบ คำถามทางไลน์ ของ พี่เขาอยู่ว่า จะเข้าไป run command แบบ administrator คลิกตรงไหน สักพัก พี่เขาไลน์มาว่า ขอบคุณมาก แก้ได้แล้ว หลังจากอ่าน คอมเม้น อย่างละเอียด และ เจอวิธีที่ง่ายกว่า ฮา
วิธีที่ แนะนำ นะครับ คือ
1) ที่ Server ให้เข้าไปที่ Active Directory Users and Computers > เลือก OU ที่เก็บ Computers ที่มีปัญหา > click ขวาที่ computer ที่ต้องการ > เลือก Reset Account เป็นอันเรียบร้อยครับ
มิถุนายน 11, 2018 at 4:50 am
เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ เปิดหน้าเพจ จาก IE และ สั่งพิมพ์ บางครั้งก็พิมพ์ได้ และบางครั้งก็พิมพ์ไม่ได้ จึงลองหาวิธีแก้ปัญหา เหมือนจำได้ว่า เคยมีครั้งหนึ่ง ถ้ากำหนด ให้ ตอนเปิดใช้งาน IE เป็น administrator แล้ว ก็สามารถสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้ แต่มาครั้งนี้เจอปัญหาคล้ายๆ แบบเดิม แต่ต่างตรงที่ว่า ระบบนี้ต้องเข้า VPN ของ กรมฯ ก่อน และเมื่อเข้าเชื่อมต่อระบบแล้ว จะเรียก IE เวอร์ชั่น9 ขึ้นมาทำงาน และก็เจอปัญหาว่า ถ้าจะสั่งพิมพ์งานแล้ว ไม่ยอมพิมพ์ จึงจำเป็นต้องกำหนด permission ของ IE ให้เป็น administrator เสียก่อน โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ Icon IE และ เลือก Properties แต่ตัวเลือก เป็นสีเทา ไม่สามารถกำหนดได้ จึงลองหาวิธีกำหนด ใน google เช่น เดิม และไปเจอกับ คำตอบนี้ครับ
เครดิต : https://superuser.com/questions/391071/how-can-i-set-ie-9-on-windows-7-pro-64-bit-to-always-run-as-administrato
- คลิกขวาเมาส์ที่ Icon IE เลือก Properties
- ไปที่ แท็บ Shortcut และ คลิกเลือก ปุ่ม Advanced

3. และคลิก ให้เกิดเครื่องหมาย หน้าข้อ Run as administrator
4. และคลิก ปุ่ม OK เป็นอันเสร็จ พิธี

มิถุนายน 6, 2018 at 12:49 am
เมื่ออาทิตย์ก่อน ได้ไปทำการติดตั้งเครื่องพิมพ์ Ink Jet ที่งานไตเทียม เจ้าหน้าที่ซื้อเครื่องมาใหม่และให้ไปติดตั้ง ก็ทำตามขั้นตอนปกคิ แต่เจอปัญหาว่่า เมื่อติดตั้งแล้ว เหมือนไม่สมบูรณ์ เลือก Default Printer ไม่ได้ แต่ Print test ออกได้ เมือลองพิมพ์งานจาก Ms office แล้วไม่มีเครื่องพิมพ์ให้เลือก ครั้งแรกแทบจะยกเครื่องคอมฯ กลับมาลง windows ใหม่ แล้ว แต่ก็ลองๆ หาวิธีแก้ไข ก็เจอกับ บทความนี้ ขอ เครดิต ให้กับ เว็บนี้เลยครับ
เครดิต : http://www.notebook-lookup.com/blog/
- คลิกปุ่ม Start และ Run และพิมพ์ คำสั่ง Regedit
- ไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Windows
คลิ๊ดขวาที่ Folder ชื่อ Windows เลือก permission

ไปติ๊กที่ช่อง Allow ของ Full Control

3. และสั่ง Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ครั้ง
4. เมื่อเข้าสู่ windows ปกติ ให้คำการ สั่ง Default Printer
มิถุนายน 6, 2018 at 12:35 am
ปัญหานี้เจอตอนที่ จะทำการเพิ่มโปรแกรม Ms Office Outlook2007 เพื่อติดตั้งใช้งาน หลังจากที่ได้ติดตั้งชุด MS Office2007 แล้วบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
- เข้าเมนู Control Panel และ เลือก Program and Features
- เลือก Microsoft Office Enterprise 2007
- เลือก เพิ่ม หรือ เอาคุณลักษณะ ออก ตามภาพ

- ก็เลือก ให้ติดตั้งโปรแกรม Ms Office Outlook จนสิ้นสุดขั้นตอน การติดตั้ง
- เมื่อทำการ restart เครื่อง ใหม่ 1 ครั้ง และเรียกใช้งานโปรแกรม ใดๆ ใน ชุด MS Office ไม่ว่าจะเป็น Word หรือ Excel หรือแม้กระทั่ง Outlook ก็จะขึ้นหน้าต่างการตั้งค่าโปรแกรมทุกครั้ง ดังภาพ

เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ การจัดการแบบเทพ ก็จัดการ ถอนการติดตั้ง หรือ Uninstall โปรแกรม และ ติดตั้งใหม่ หลังจาก restart เครื่องใหม่แล้วก็ ยังเจอปัญหาเดิม อีก
แต่ยังไม่ยอมแพ้ ครับ หาวิธีต่อ (คิดไปเอง)
- อาจเป็นเพราะ มีโฟลเดอร์ ที่เคยติดตั้ง Ms Office อยู่แล้ว ม๊าง ถ้างั้นต้องลองไปสร้าง เอง ขึ้นมาใหม่ และ ตอนติดตั้ง ก็ กำหนด เส้นทาง Path ในการติดตั้งเป็น Path ที่เราสร้างขั้น เมื่อติดตั้งเสร็จ หลังจาก restart เครื่องใหม่ ก็ยังเจอกับปัญหา เดิมอยู่
- อาจเป็นเพราะ มีโฟลเดอร์ ที่เคยติดตั้ง Ms Office อยู่แล้ว ม๊าง ถ้างั้นต้องลองไปลบ โฟลเดอร์ MS Office 2007 ทิ้งเลย ใน C:\Program Files (x86) และ ยังเข้าไปลบต่อใน register อีก โดยใช้คำสั่ง regedit เมื่อติดตั้งเสร็จ หลังจาก restart เครื่องใหม่ ก็ยังเจอกับปัญหา เดิมอยู่
- อาจเป็นเพราะ ชุด MS Office ที่เราติดตั้งใช้ เป็นชุดภาษาไทย ถ้างั้นต้องลองติดตั้งชุดภาษาอังกฤษ เมื่อติดตั้งเสร็จ หลังจาก restart เครื่องใหม่ ก็ยังเจอกับปัญหา เดิมอยู่
- อาจเป็นเพราะ ชุด MS Office ที่เราติดตั้งใช้ เป็นเวอร์ชั่น 2007 อาจมีปัญหาจากชุดติดตั้งได้ ถ้างั้นต้องลองติดตั้งเวอร์ชั่น 2010 เมื่อติดตั้งเสร็จ หลังจาก restart เครื่องใหม่ ก็ยังเจอกับปัญหา เดิมอยู่
- เมื่อลองทุกวิถีทาง แล้ว สุดท้าย เงื่อนไขด้วยเวลา ที่จำกัด จึงยอม Ghost ระบบ กลับคืนและทำการติดตั้ง Ms Office ใหม่ โดยในครั้งนี้ ได้ทำการเลือก ติดตั้ง โปรแกรม MS Office Outlook ด้วยเลย ผลปรากฏว่า หลังจาก Restart เครื่องใหม่ แล้ว ก็สามารถเรียกใช้งานได้ ตามปกติ
แต่ ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า แท้จริงแล้ว ปัญหาคืออะไร จนเวลาล่วงเลย มา 2 วัน พอมีเวลา วันนี้ จึงหาทางเข้าไปถาม อากู๋ (google) เจ้าประจำ จนได้ การอธิบาย ที่คิดว่า น่าจะใช่ปัญหา แต่น่าเสียดาย ที่ปัญหานี้ไม่ได้มีการทดสอบ แต่อย่างน้อยก็คิดว่า ต้องบันทึกไว้ เพื่อไว้อ่าน หรือ สำหรับคนอื่นที่เจอปัญหาเดียวกันนี้ ได้ทดสอบแล้วกัน เรามาดูกันเลยครับ ว่า วิธีการแก้ปัญหา คือ อย่างไร (ขออนุญาตคัดลอกบทความและ วางเลยนะครับ)
แสดงว่าตอนติดตั้ง ไม่ได้เลือกให้ติดตั้งทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ จึงมีการให้ติดตั้งอีกที
เตรียมแผ่น ออฟฟิศ 2007 ไว้ แล้วไปที่ control panel > add remove program เลือก ms office เลือก change ถ้ามีบอกให้ใส่แผ่นก็ใส่ลงไป
จะมีหน้าต่างติดตั้ง ออฟฟิศ ขึ้นมา ให้เลือก ติดตั้งเพิ่มเติม ให้เลือกแบบ customize ซึ่งจะมีรายละเอียดให้เลือก ดูที่โปรแกรมที่เราต้องการ อย่าง word ถ้าเป็นสีเทา แสดงว่าเป็นการติดตั้งบางส่วนเท่านั้น
ให้ไปคลิ๊กที่ลูกศรสามเหลี่ยมที่ word แล้วเลือก ติดตั้งทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ (ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็แปลประมาณนี้) ตัวเลือกของ word จะเปลี่ยนจากเทาเป็นขาว แล้วก็ดูที่โปรแกรมที่ต้องการใช้ว่าถูกกำหนดให้ติดตั้งทั้งหมดลงในคอมหรือยัง ถ้ายังก็ไปเลือกให้เรียบร้อย
และถ้ามีโปรแกรมที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้อย่างเช่นถ้าไม่ได้ใช้ access ก็ไม่เลือกไม่ให้ติดตั้ง ซึ่งเมื่อเลือกจะปรากฎเครื่องหมายกากบาทสีแดง เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่การลงโปรแกรม
เสร็จแล้วก็ ok แล้วรอการติดตั้งจนเสร็จ ก็จะสามารถเรียกใช้งานได้เป็นปกติครับ ลองทำดู
พฤศจิกายน 9, 2017 at 3:02 pm
Older Posts